เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ประกันรถยนต์

การทำประกันภัยรถยนต์ เป็นการตกลงกันระหว่างผู้ซื้อ (ผู้เอาประกันภัย) และผู้ขาย (บริษัทประกันภัย) โดยเป็นการเลือกซื้อความคุ้มครองประกันภัยตามความพึงพอใจของผู้ซื้อไม่ได้ถูกบังคับโดยกฎหมาย ทั้งนี้การทำประกันภัยรถยนต์เพื่อคุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายอันเกิดจากการใช้รถ เช่น การบุบสลาย การสูญหายของตัวรถยนต์ รวมถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นแก่ชีวิต ร่างกาย

ประกันรถยนต์ชั้น 1
คุ้มครองครอบคลุม เหมาะสำหรับคนซื้อรถใหม่
ประกันชั้น 1 เป็นประเภทที่ให้ความคุ้มครองมากที่สุด มีเบี้ยประกันสูงที่สุด คุ้มครองครอบคลุมแทบทุกกรณีที่กฎหมายกำหนด ตั้งแต่การถูกชน สูญหาย ไฟไหม้ หรือแม้กระทั่งน้ำท่วม หากเกิดอุบัติเหตุ ประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนในส่วนนี้ให้คุ้มครองตัวบุคคลในรถที่เอาประกัน ทั้งจากอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาล ค่าประกันผู้ขับขี่ ให้ความคุ้มครองรถยนต์ทั้งที่มีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี หรือที่เราเรียกว่า เคลมแห้ง เช่น ขับรถชนประตูหน้าบ้าน ชนกระถางต้นไม้ เป็นต้น

ประกันรถยนต์ชั้น 2+
คุ้มครองใกล้เคียงชั้น 1 เหมาะกับผู้มีประสบการณ์ขับขี่
ประกันรถยนต์ชั้น 2+ คือผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีเบี้ยประกันภัยน้อยกว่าประกันภัยชั้น 1 แต่มีราคาและสิทธิรับประกันภัยที่สูงกว่าประกันภัยชั้น 2 แบบธรรมดา ประกันชั้น 2+ มีความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองบุคคลภายนอก อุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาลประกันตัวผู้ขับขี่ ความเสียหายต่อทรัพย์สินจากอุบัติเหตุ ความคุ้มครองด้านภัยพิบัติ น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือในกรณี ไฟไหม้ รถยนต์สูญหาย และให้ความคุ้มครองอื่นๆที่คุ้มครองเช่นเดียวกับประกันชั้น 1 แต่สิ่งที่ต่างกันคือประกันภัยชั้น2+ ไม่ให้ความคุ้มครองในอุบัติเหตุที่ไม่มีคู่กรณี เช่น เกิดรอยขีดข่วนรถ ขับรถชนรั้ว ฯลฯ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ประกันชั้น 1 คุ้มครอง

ประกันรถยนต์ชั้น 2
คุ้มครองรถหาย ไฟไหม้ และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกหรือคู่กรณี
ต่างจากประกันรถยนต์ชั้น 1และ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ ตรงที่จะคุ้มครองเฉพาะทรัพย์สินของบุคคลภายนอกหรือคู่กรณี เมื่อเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น แต่จะไม่คุ้มครองทรัพย์สินของผู้เอาประกัน ส่วนกรณีที่รถของเราสูญหายหรือได้ถูกไฟไหม้ ประกันชั้น 2 ยังคุ้มครองอยู่ (ไม่คุ้มครองน้ำท่วม) โดยจะมีการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่ได้เกิดขึ้นจริง แต่จะต้องไม่เกินจำนวนที่ได้มีการระบุไว้ในกรมธรรม์

ประกันรถยนต์ชั้น 3+
ราคาประหยัด คุ้มครองคู่กรณีและคนภายนอกเท่านั้น
ประกันรถยนต์ชั้น 3+ จะไม่คุ้มครองในกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม ส่วนในกรณีเฉี่ยวชนกันหรือเกิดอุบัติเหตุ จะคุ้มครองทรัพย์สินของผู้เอาประกันเฉพาะกรณีที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะทางบกเท่านั้น และยังคุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และคู่กรณีอีกด้วย

ประกันรถยนต์ชั้น 3
สำหรับคนใช้รถน้อย ชำนาญในการขับขี่
ประกันชั้น 3 เป็นประกันภัยรถยนต์ที่มีอัตราเบี้ยต่ำที่สุด ซึ่งประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองกับรถคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน แต่ไม่ครอบคลุมกรณีที่รถยนต์ของเราสูญหายจากการโจรกรรม น้ำท่วมหรือไฟไหม้ ต่าง ๆอธิบายง่ายๆว่า ประกันชั้น 3 จะออกค่าใช้จ่ายเฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุในการซ่อมให้กับคู่กรณีแต่ไม่ซ่อมรถเรานั่นเอง

เหตุผลที่เราควรทำ ประกันรถยนต์

ลองจินตนาการว่า แม้รถยนต์ของคุณจะมีราคาค่าอะไหลที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าวันใดวันหนึ่งคุณอยู่กับบ้าน นึกอยากออกไปหาซื้อของกินไม่ไกลนัก แล้วดันเกิดเหตุไม่คาดฝัน ขับไปชนกับรถยุโรปราคาแพง ซึ่งคุณเป็นฝ่ายผิด เมื่อไม่มีประกันเข้ามาช่วยดูแล นั่นหมายความว่า คุณต้องจ่ายค่าเสียหายให้กับคู่กรณีทั้งหมด ถ้าโชคดีหน่อยค่าซ่อมที่ว่าอาจไม่แพงมากนัก แต่ถ้าโชคร้ายรถคู่กรณีของคุณกลายเป็นรถหรู คุณคิดว่าจะจ่ายค่าซ่อมไหวไหม ถ้าไม่มีประกัน

ปัญหาส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุคือการเจรจาพูดคุยระหว่างคู่กรณี มีไม่น้อยที่ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถพูดคุยกันได้ด้วยดี แต่ก็มีอีกบางที่จบกันไม่ลง กลายเป็นคลิปทะเลาะวิวาท ต่อปากต่อคำแบบที่เราเห็นกันในข่าว
หากไม่มีประกันภัยรถยนต์ นั่นหมายความว่าคุณต้องเจรจากับคู่กรณีอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีเจ้าหน้าที่ประกันภัยให้คำแนะนำเรื่องค่าเสียหาย การประเมินราคาค่าซ่อม รวมถึงการหาข้อสรุปให้ Happy Ending กันทั้งสองฝ่าย
ลองถามตัวเองว่า คุณโอเคไหม หากต้องเจรจากับคู่กรณีสุดเขี้ยวลากดิน คิดแต่จะเอาเปรียบ หาแต่ช่องทางกระทืบซ้ำกวางน้อยอย่างคุณที่ต้องต่อสู้บนท้องถนนอย่างโดดเดี่ยวเพราะไม่ได้ต่อประกันภัยรถยนต์แล้ว

เมื่อคุณคิดจะไม่ต่อประกันภัยรถยนต์ คุณต้องคิดเผื่อไว้ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด (Worst case) ซึ่งในที่นี้หนีไม่พ้นกรณีที่เกิดเหตุรถชนกัน จนมีผู้เสียชีวิต หรือเป็นคดีอาญาที่ต้องขึ้นศาล หากไม่คิดจะต่อประกัน นั่นหมายความว่าคุณต้องจ่ายเงินจ้างทนายความเอง ดำเนินการทุกอย่างด้วยตัวเอง สู้คดีเอง ทั้งยังหมายถึงไม่ได้รับความคุ้มครองเรื่องของประกันตัวผู้ขับขี่อีกอีกด้วย

สิ่งสุดท้ายแต่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของการขับขี่รถยนต์คือความระมัดระวัง และมันคงไม่แปลกหากคุณจะไม่อยากต่อประกันภัยรถยนต์ เพราะมองว่ายังไม่ถึงเวลา ถึงเช่นนั้นก็พึ่งระลึกไว้เสมอว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แม้ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่นาที ที่คุณละสายตาจากการทำงานที่บ้าน แล้วขับออกไปหาซื้อของกินมารับประทาน เมื่อไม่มีประกันภัยรถยนต์ นั่นหมายความว่าคุณต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้น ทั้งระวังจากการขับของตัวเอง และระวังการขับขี่ของผู้อื่น นั่นเพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจากความประมาทของผู้อื่น อาจส่งผลกระทบมาถึงคุณได้

กรมธรรม์ คือ เอกสารอย่างหนึ่งที่ทางบริษัทประกันภัยจะมอบให้แก่ผู้ทำประกัน (ลูกค้า) ซึ่งเปรียบได้กับหนังสือคู่สัญญา ที่จะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกัน กรณีเกิดเหตุ
เบี้ยประกัน คือ เงินที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อซื้อความคุ้มครอง โดยจ่ายเป็นงวดอาจเป็นรายเดือนหรือรายปี จนครบกำหนดสัญญา
ทุนประกัน คือ จำนวนเงินที่คุณจะได้รับจากบริษัทประกันชีวิต ในกรณีครบกำหนดสัญญา หรือเสียชีวิต
ความคุ้มครองแบบครอบคลุม คือความคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุดที่สามารถซื้อได้ นอกเหนือจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับยานพาหนะ เช่น การคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจาก น้ำท่วม, ไฟไหม้ การถูกโจรกรรม
ใบเคลมประกัน คือ ใบรับรองความเสียหายจากอุบัติเหตุ ถือเป็นเอกสารสำคัญที่ผู้ขับขี่จะต้องได้รับจากบริษัทประกันภัยหลังจากได้แจ้งการเกิดอุบัติเหตุ